คู่มือสำหรับครอบครัว

ผู้สูงอายุกลืนลำบาก กินข้าวได้น้อย ต้องดูแลอย่างไร

ไอระหว่างกิน เสียงเปลี่ยนหลังดื่มน้ำ หรือใช้เวลากินนานขึ้น อาจเป็นสัญญาณของภาวะกลืนลำบาก ควรสังเกตอย่างเป็นระบบและประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ทดลองปรับอาหารจากการคาดเดา

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือแผนอาหารเฉพาะบุคคล หากหายใจไม่ออก พูดไม่ได้ หรือริมฝีปากเขียว ให้โทร 1669 ทันที
ผู้สูงอายุรับประทานอาหารร่วมกันที่สราญรมย์
สังเกตก่อนเกิดเหตุการไอไม่ใช่สัญญาณเดียวของการกลืนลำบาก

บางคนอาจไม่มีอาการไอชัดเจน จึงต้องดูทั้งเสียง การหายใจ ระยะเวลากิน น้ำหนัก และการติดเชื้อทางเดินหายใจร่วมกัน

ภาวะกลืนลำบาก หรือ Dysphagia คือความยากลำบากในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งของการรับอาหารและน้ำจากปากลงสู่กระเพาะ อาการนี้อาจทำให้ได้รับอาหารหรือน้ำไม่เพียงพอ และอาจเพิ่มความเสี่ยงที่อาหารหรือน้ำจะเข้าสู่ทางเดินหายใจ จึงไม่ควรเหมารวมว่าเป็นเพียงความเสื่อมตามวัย

อาการกลืนลำบากที่ครอบครัวสังเกตได้

  • ไอ สำลัก หรือกระแอมระหว่างกินและหลังกลืน
  • เสียงเปียก เสียงแหบ หรือเสียงเปลี่ยนหลังดื่มน้ำ
  • อาหารค้างในปาก เคี้ยวนาน น้ำลายไหล หรือกลืนหลายครั้งต่อหนึ่งคำ
  • ใช้เวลากินนานขึ้น เหนื่อย หอบ หรือหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด
  • น้ำหนักลด ดื่มน้ำน้อย ปากแห้ง หรือปัสสาวะน้อยลง
  • มีไข้ ไอ หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจเกิดซ้ำโดยหาสาเหตุไม่ชัดเจน
Silent aspiration มีได้: บางคนอาจมีสิ่งเข้าสู่ทางเดินหายใจโดยไม่ไอ การไม่มีอาการสำลักชัดเจนจึงไม่ได้ยืนยันว่ากลืนปลอดภัย

แยกระดับความเร่งด่วนอย่างไร

ควรนัดประเมิน

กินช้าลง ไอเป็นครั้งคราว อาหารค้างในปาก หรือหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด โดยยังหายใจและสื่อสารได้ตามปกติ

ควรพบแพทย์โดยเร็ว

อาการเกิดซ้ำ น้ำหนักลด ดื่มได้น้อย มีไข้หรือไอหลังอาหาร เสียงเปียก หรือเพิ่งเกิดหลัง Stroke และโรคทางระบบประสาท

ฉุกเฉิน — โทร 1669

หายใจไม่ออก พูดหรือไอไม่ได้ หน้า ริมฝีปาก หรือเล็บเขียว ซึมลงอย่างฉับพลัน หรือสงสัยมีสิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจ

สาเหตุที่เป็นไปได้มีมากกว่าหนึ่งกลุ่ม

อาการอาจสัมพันธ์กับ Stroke โรคพาร์กินสัน ภาวะสมองเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ความผิดปกติของหลอดอาหาร ปัญหาฟันและช่องปาก ปากแห้ง หรือผลจากยาบางชนิด ผู้สูงอายุคนเดียวอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน การรู้สาเหตุจึงสำคัญกว่าการเลือกอาหารจากอาการภายนอกเพียงอย่างเดียว

หากอาการเกิดขึ้นฉับพลันร่วมกับหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือสับสน ให้คิดถึงภาวะฉุกเฉินและโทร 1669 ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน

ระหว่างรอประเมิน ครอบครัวทำอะไรได้อย่างปลอดภัย

  1. บันทึกว่าอาการเกิดกับอาหารหรือน้ำชนิดใด เวลาใด และเกิดบ่อยแค่ไหน
  2. รวบรวมรายการยา โรคประจำตัว ประวัติ Stroke ปอดอักเสบ น้ำหนัก และปริมาณที่กินได้โดยประมาณ
  3. จัดมื้ออาหารในเวลาที่ผู้สูงอายุตื่นตัว ลดเสียงรบกวน และไม่เร่งให้รีบกิน
  4. ให้ทำตามแผนอาหารและท่าที่แพทย์หรือนักแก้ไขการพูดกำหนดไว้เดิมอย่างเคร่งครัด
  5. ดูแลความสะอาดช่องปากสม่ำเสมอ และแจ้งทีมรักษาหากมีแผล ปวดฟัน หรือฟันปลอมไม่พอดี

สิ่งที่ไม่ควรทดลองเอง

  • ไม่ป้อนต่อเมื่อผู้สูงอายุง่วงมาก หอบ หรือมีอาการผิดปกติระหว่างมื้อ
  • ไม่กรอกน้ำ ป้อนคำใหญ่ หรือเร่งให้กลืนเพื่อให้กินหมดเร็วขึ้น
  • ไม่ใช้หลอด ไม่เงยคอ หรือใช้ท่าฝึกจากอินเทอร์เน็ตโดยยังไม่ได้ประเมิน
  • ไม่ปั่นอาหารหรือเติมสารทำให้ข้นโดยคาดเดา เพราะความเหมาะสมต่างกันในแต่ละคน
  • ไม่บดหรือผสมยากับอาหารโดยไม่ถามแพทย์หรือเภสัชกร เนื่องจากยาบางชนิดห้ามบด
อาหารที่จัดเตรียมสำหรับผู้สูงอายุที่สราญรมย์
ลักษณะอาหารที่เหมาะสมต้องอ้างอิงผลประเมินและแผนเฉพาะบุคคล ไม่พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว

แพทย์และผู้เชี่ยวชาญประเมินอะไรบ้าง

ทีมรักษาจะซักประวัติ ตรวจช่องปาก ระบบประสาท การหายใจ และสังเกตกระบวนการกินตามความเหมาะสม บางรายอาจต้องประเมินโดยนักแก้ไขการพูด หรือใช้การตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องประเมินการกลืนหรือการเอกซเรย์วิดีโอการกลืน ทั้งนี้ขึ้นกับอาการและดุลยพินิจของแพทย์

ผลประเมินอาจนำไปสู่คำแนะนำเรื่องเนื้อสัมผัสอาหาร ความข้นของเครื่องดื่ม ปริมาณต่อคำ อุปกรณ์ ท่าทาง การฝึก หรือการรักษาสาเหตุ แผนเหล่านี้ต้องทบทวนเมื่อสุขภาพและความสามารถเปลี่ยนไป

เมื่อการกินต้องมีคนเฝ้าดูแลต่อเนื่อง

ครอบครัวควรประเมินว่ามีคนช่วยทุกมื้อ สามารถทำตามแผนได้สม่ำเสมอ บันทึกปริมาณอาหารและน้ำ ดูแลช่องปาก และสังเกตอาการผิดปกติได้หรือไม่ หากต้องการการช่วยเหลือตลอดวัน สามารถศึกษารูปแบบ บริการดูแลผู้สูงอายุของสราญรมย์ และอ่าน สัญญาณเตือนอัลไซเมอร์ เมื่อมีความจำหรือพฤติกรรมเปลี่ยนร่วมด้วย

ศูนย์ดูแลมีบทบาททำตามแผนจากทีมรักษา เฝ้าสังเกต และประสานครอบครัว ไม่ได้ทดแทนแพทย์หรือนักแก้ไขการพูดในการวินิจฉัยและกำหนดแผนการกลืน

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุกลืนลำบากเป็นเรื่องปกติตามวัยหรือไม่?

ไม่ควรสรุปว่าเป็นเรื่องปกติตามวัย อาการอาจสัมพันธ์กับโรคทางระบบประสาท กล้ามเนื้อ ช่องปาก ยา หรือภาวะอื่น จึงควรได้รับการประเมินหากเกิดซ้ำหรือกระทบการกิน

ไอระหว่างกินอาหารแปลว่าสำลักทุกครั้งหรือไม่?

ไม่เสมอไป แต่การไอระหว่างหรือหลังกิน เสียงเปียก หายใจผิดปกติ หรือมีไข้ซ้ำเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรบันทึกและแจ้งแพทย์

ควรปั่นอาหารหรือทำให้น้ำข้นเองหรือไม่?

ไม่ควรปรับเนื้อสัมผัสหรือความข้นแบบคาดเดา เพราะระดับที่ไม่เหมาะอาจทำให้กินได้น้อย ขาดน้ำ หรือยังเสี่ยงสำลัก ควรทำตามแผนที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินเฉพาะบุคคล

ผู้ป่วย Stroke กลืนลำบากควรทำอย่างไร?

ควรแจ้งทีมรักษาและรับการประเมินการกลืนก่อนเลือกอาหาร เครื่องดื่ม หรือท่าฝึก หากหายใจไม่ออก พูดไม่ได้ หรือริมฝีปากเขียว ให้โทร 1669 ทันที

ศูนย์ดูแลช่วยเรื่องการกินได้อย่างไร?

ศูนย์ดูแลสามารถช่วยทำตามแผนจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ เฝ้าสังเกต บันทึกปริมาณอาหารและอาการ และประสานครอบครัวเมื่อมีความเปลี่ยนแปลง โดยไม่ทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษา

ต้องการคนช่วยดูแลตามแผนทุกมื้อ?

พูดคุยเรื่องระดับการช่วยเหลือกับทีมสราญรมย์

ทีมงานช่วยอธิบายรูปแบบการดูแลภายในศูนย์และพาชมสถานที่ได้ ส่วนการวินิจฉัยและกำหนดแผนอาหารควรอยู่ภายใต้แพทย์และผู้เชี่ยวชาญ